วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

พายุฤดูร้อน กับ พายุโซนร้อน แตกต่าง หรือ เหมือน ??



                       พายุฤดูร้อน คือ พายุฟ้าคะนอง ที่เกิดขึ้นในฤดูร้อน ( Thunderstorms ) จะเกิดขึ้นในช่วงเมษายน หรือ ช่วงก่อนเรื่มต้นฤดูฝน ส่วนพายุโซนร้อน บ่งบอกถึงความเร็วลมของพายุ 63 - 117 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง อยู่ตรงกลางระหว่างดีเปรสชั่น ( 62 กิโลเมตร/ชั่วโมง ) และไต้ฝุ่น (118-239 กิโลเมตร / ชั่วโมง)

                        ถ้านับตามช่วงเวลานี้ พายุฤดูร้อนผ่านไปแล้ว เพราะเข้าสู่เดือนกันยายน ที่ ฝนตกๆอยู่ ส่วนใหญ่เป็นพายุโซนร้อน

                       ในระยะต้นปีระหว่างเดือนมกราคม ถึง มีนาคม เป็นช่วงที่ประเทสไทย ปลอดภัยจาก อิทธิพล ของพายุ

                       เดือนเมษายน เป็นเดือนแรกของปี ที่พายุเริ่มเคลื่อนที่เข้าสู่ประเทศไทย ทางภาคใต้ ปกติประเทศไทย จะมีพายุฤดูร้อน เคลื่อนที่ผ่านเข้ามาได้ โดยเฉลี่ยประมาณ 3-4 ลูกต่อปี

                      พายุฤดูร้อนมักเกิดในเดือนเมษายน และ เดือน พฤษภาคม ช่วงที่อุณหภูมิสูงขึ้น เนื่องกจากแกนโลกเริ่มเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์เคลือนตัวมาอยู่ที่บริเวณเส้นศูนย์สูตร ทำให้เกิดอากาศร้อนอบอ้าว และเกิดความชื้นขึ้นยริเวณถาคเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ และ ตอนบนของภาคกลาง

                      เมื่ออากาศที่อยู่ใกล้พื้นผิวพื้นโลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น ประกอบกับลมที่พัดเข้าสู่ประเทศทย เป็นลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้ ที่พัดมาจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้ ถ้ามีลมเหนือ (อากาศเย็น) พัดลงมาจากประเทศจีน จะทำให้ อากาศสองกระแส (ร้อน - เย็น) กระทบกัน เกิดการหมุนเวียน ของอากาศนั้นแปรปรวนขึ้น อย่างรวดเร็ว และ ฉับพลันเป็นเหตุให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง อย่างรุนแรง และ รวดเร็ว จะมีลมกระโชกแรง และ ฝนตกหนักเกิดขึ้น ในบางครั้งยังอาจจะมีลูกเห็บตกลงมาทำความเสียงหายได้ในบรเวณเล็ก ๆ


                   


                        โดยทั่วไปพายุฤดูร้อนมักเกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากการแผ่ของลิ่มความกดอากาศสูงจากประเทศจีนลงมาบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีอากาศร้อน และ ชื้น มีการยกตัวของมวลอากาศอยู่บ้างแล้ว เมื่ออากาศเย็นจากบริเวณความกดอากาศสูง ซึ่งมีลักษณะจมตัวลง และมีอุณหภูมิต่ำกว่ามากระทบ ทำให้มวลอากาศร้อน ยกตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) ที่ก่อตัวขึ้นก็จะเจริยขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งอุณหภูมิที่ ยอดเมฆต่ำกว่า -60 ถึง 80 องศาเซลเซียส จึงทำให้เกิดลูกเห็บตกได้

                      สภาวะอากาศก่อนเกิดพายุฤดูร้อน จะเกิดอากาศร้อน อบอ้าว ติดต่อกันหลายวัน ลมสงบ แม้ใบไม้ก็ไม่สั่นไหว เกิดความชื้นในอากาศสูง จนรู้สึกเหนียวตามร่างกาย ท้างฟ้ามัว ทัศนวิสัยการมองเห็นระยะไกลไม่ชัดเจนนัก เมฆมากขึ้น ท้องฟ้ามือครึ้ และอากาษอบอ้าว

                      ขณะเกิดพายุฤดูร้อนจะมีพายุลมแรง ความเร็วลมประมาณ 50 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ประมาณ 15-20 นาที น้อยครั้งที่เกิดขึ้นนานกว่า 2 ชั่วโมง

                      ระหว่างนี้ เมฆจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ลมกรรโชกแรง เป็นครั้งคราว มีฝนตกหนักบางครั้งมีลูกเห็บตกลงมา เกิดฝนฟ้าคะนอง ฟ้าแลบ สังเกตได้จาก ให้นับ 1 - 2 - 3 ในใจแล้วได้ยินเสียงฟ้าร้อง นั่นคือ พายุห่างไกลออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร ถ้าเห็นฟ้าแลบ และฟ้าร้องพร้อมกัน แสดงว่า พายุใกล้มาก

                      พายุฝนฟ้าคะนองนี้เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้สิ่งก่อสร้าง บ้านเรือน พืชผลทางเกษตรเสียหาย เกิดฝนตกหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

                      สภาพอากาศหลังเกิดพายุฤดูร้อน พายุจะสลายตัวไปแล้ว อากาศจะเย็นลง รู้สึกสดชื่น ท้องฟ้าแจ่มใส มองเห็นทัศนวิสัยได้อย่างชัดเจน

                     สำหรับพายุโซนร้อน (Tropical Storm) สัญลักษณ์ S ความเร็วสูงสุด 34-63 นอต 17-32 เมตรต่อวินาที หรือ 63-117 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังไม่นับเป็นพายุหมุน

                     # แต่ถ้าหมุนเมื่อไหร่ นั่นคือ พายุหมุนเขตร้อน ถ้าก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเรียกว่า ไต้ฝุ่น ถ้าเกิดใน มหาสมุทรอินเดีย เรียกว่า ไซโคลน และ ถ้าเกิดในฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก เรียกว่า เฮอร์ริเคน #

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น